ฝน ธนสุนธร กับบทบาทการแสดงสุดท้าทาย

525365

ฝน ธนสุนธร กับบทบาทการแสดงสุดท้าทายในละคร “ธิดาแดนซ์”

ห่างหายจากการแสดงละครไปหลายปี ล่าสุด นักร้องสาวเสียงสวย ฝน ธนสุนธร คัมแบ็กงานแสดงอีกครั้งกับบทบาทครั้งสำคัญในละครเรื่อง “ธิดาแดนซ์” ของค่ายเพ็ญพุธ ในเครือบริษัท จันทร์ 25 จำกัด และบริษัท บีอีซี เทโรเอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ในบบทบาทของ แจ่มจันทร์ ขวัญใจ อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังที่ผันตัวเองมาเป็นหัวหน้าวงลูกทุ่ง ที่มีลูกสาวบุญธรรมสาวสวยถึง 3 คน  ฝนหลวง (เกวลิน ศรีวรรณา), ชมบงกช (นิศาชล ต้วมสูงเนิน) และ สร้อยเพชร (รักชน พุทธรังสี)

มาร่วมพูดคุยไปกับเธอถึงเรื่องราวในละคร และงานเพลงใหม่ของเธอไปพร้อมๆ กับเรา

@ คาแร็กเตอร์ของ แจ่มจันทร์ ขวัญใจ เป็นอย่างไร

บทในเรื่องนี้เป็นเจ้าของวงลูกทุ่งชื่อดัง “แจ่มจันทร์ ขวัญใจ”  ในเรื่องนี้เราเหมือนราชินีลูกทุ่งเลย  แต่เป็นบทที่มีอายุนิดหนึ่ง คือ เป็นแม่ แต่ลูกๆ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ เป็นลูกกำพร้าเราเห็นแล้วสงสารเลยเก็บมาเลี้ยง บางคนพ่อแม่เขาไม่ไหวเราก็เลยเอามาเลี้ยงให้ แล้วปั้นเขาขึ้นมาเป็นนักร้อง ซึ่งมันก็เป็นบทที่ไม่ไกลจากตัวเราเท่าไหร่  นอกจากนี้ก็มีเรื่องราวลึกลับซ่อนเงื่อน ฆาตกรรมด้วย  มีคอมเมดี้เล็กๆ ด้วย  ฝนว่าเป็นละครที่สนุกดี

@ บทบาทที่ได้รับคิดว่าเล่นยากหรือไม่

สิ่งที่เราถนัดก็คือการร้องเพลง  แต่การเล่นละครเป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับฝนมาก  ถามว่าชอบมั้ย ก็ชอบเหมือนกัน  แต่มันก็ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของฝนเท่าไหร่  เพราะเราต้องแสดงเป็นอีกคนหนึ่งบางคนเราอ่านบทเราก็คิดว่าเล่นไปแค่นี้แหละได้แล้ว  แต่จริงๆ มันไม่ใช่แค่นั้น บางทีเราต้องรู้ไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย  มันจึงต้องคอนทินิวอารมณ์ต่อเนื่องในตอนนั้นมาด้วย   การที่เราคิดว่าจำบทได้แล้วจะเล่นได้มันไม่ใช่แค่นั้น  ก็ยอมรับว่าการแสดงไม่ได้ง่ายสำหรับฝนเลย

@ เห็นว่าเรื่องนี้ต้องมีร้องไห้เยอะ มีเทคนิคในการร้องไห้อย่างไรบ้าง

มันยากที่เราต้องจินตนาการว่าลูกๆ กลัวเราจะโดนเสี่ยดูถูก ก็เลยอาสาขึ้นไปช่วยร้องเพลงแทนแม่บนเวที เพราะเราไม่ค่อยสบาย  ซึ่งตอนถ่าย เขาถ่ายเป็นคัทไม่มีลูกๆ มานั่งข้างๆ แต่เราต้องจินตนาการ เพื่อให้เราร้องไห้ให้ได้   ซึ่งตอนถ่ายเราก็นั่งมองเวที แต่ต้องร้องไห้ปลื้มใจที่ลูกๆ ช่วยเรา  ในขณะเดียวกันเราก็เสียใจด้วย

ที่ต้องให้ลูกๆ ลำบากมาช่วยเรา สีหน้าที่แสดงออกมาจึงมีทั้งอารมณ์ดีใจและเสียใจมันยากมาก เพราะมีอารมณ์ที่ทับซ้อนกันค่ะ แล้วเวลาเล่นฉากร้องไห้เราต้องกินน้ำเยอะมาก เพื่อให้ร่างกายสามารถขับน้ำออกมา

@ เหตุผลที่รับเล่นละครเรื่อง  ธิดาแดนซ์

อย่างแรกก็ถูกใจบทนะ เพราะเกี่ยวกับเพลงลูกทุ่ง   เวลาก็ได้อยู่   แต่จบเรื่องนี้คงรับยากแล้ว เพราะงานเริ่มมีเข้ามาแล้วคือการเข้ามาอยู่ในค่ายใหม่นี้ ยอมรับว่างานอีเว้นท์เยอะขึ้น   ซึ่งก็จะเป็นช่วงหน้าร้อนนี้แหละ   แต่ถ้าหน้าหนาวก็จะเป็นพวกคอนเสิร์ตเอาท์ดอร์ค่ะ   นอกจากนี้ทุกวันนี้ฝนยังมีคิวต้องถ่ายรายการ ชิงช้าสวรรค์ ด้วย แล้วก็จะมีอีกรายการของเวิร์คพอยท์  เวลาเลยไม่ค่อยมีการจะรับละครเรื่องใหม่ในช่วงนี้จึงเป็นไปได้ยากนะ

@ ทราบว่าตอนนี้มีผลงานเพลงชุดใหม่แล้ว

มีซิงเกิ้ลใหม่ ชื่อเพลงว่า “ได้ไม่ดี  ไม่มีดีกว่า”  เป็นเพลงสนุกๆ  แล้วก็กำลังจะมีซิ้เกิ้ลใหม่ออกมาเร็วๆ นี้อีกถ่ายทำเอ็มวีเสร็จแล้วค่ะ นโยบายค่ายจะค่อยๆ ปล่อยเพลงซิงเกิ้ลออกมาให้ฮิตทีละเพลงเรื่อยๆ จนครบ 10 เพลง แล้วค่อยมาทำเป็นอัลบั้ม ไม่อย่างงั้นที่ผ่านมาอัลบั้มชุดนึงฮิตแค่สองสามเพลงมันก็น่าเสียดายนะ แถมยุคนนี้แค่ปล่อยอัลบั้มออกมาวันเดียว วันรุ่งขึ้นก็จะก๊อปกันแล้ว ค่ายเลยเปลี่ยนวิธีการใหม่ ค่อยๆ ออกเป็นซิงเกิ้ลค่ะ  ตอนนี้ฝนอยู่ค่าย มิวสิคดี เอ็นเตอร์เทนเมนท์  ที่มีหลิว อารดา  แล้วก็ ดวงตา คงทอง  พี่กษาปณ์  จำปาดิบ  ก็อยู่ในค่ายนี้ด้วย  ฝนถือว่าเป็นศิลปินน้องใหม่ในค่ายนี้ค่ะ

@ ไม่ได้ออกอัลบั้มเพลงมานานแค่ไหนแล้ว

เกือบ 2 ปี ถ้านับจากค่ายเก่านะคะ  ถ้ามองว่านานมันก็นานนะ  แต่มาวันนี้อยู่ค่ายใหม่ทุกอย่างลงตัวแล้วเลยค่อยๆ มีซิงเกิ้ลใหม่ออกมา  ซึ่งเพลงซิงเกิ้ลใหม่ที่ออกมาก็มีความต่างจากงานเพลงที่ผ่านมา คือแนวเพลงจะแดนซ์มากขึ้น มีความสนุกมากขึ้น  เมื่อก่อนฝนจะเปิดตัวด้วยเพลงช้า พอมาอยู่บ้านใหม่เราก็อยากให้มีการเปิดตัวที่แปลกใหม่บ้าง  แต่ก็ไม่ได้แดนซ์กระจุยกระจายนะคะ ยังมีความเป็นลูกทุ่งแต่จะทันสมัยขึ้น  โดยซิงเกิ้ลต่อไปก็จะเป็นเพลงช้าแล้ว เพราะมีคนถามเข้ามาเยอะแยะเหมือนกัน

@ 2 ปี ที่ผ่านมาไปทำอะไรมาบ้าง

ตอนนั้นก็ยังรับงานคอนเสิร์ต งานอีเว้นท์ปกติค่ะ  แล้วยังเป็น commentator รายการชิงช้าสวรรค์  เรียกว่ายังรับงานปกติ ไม่ได้หายไปไหนเลยค่ะ

@ การที่ได้รับหน้าที่เป็น commentator  มองว่าน้องๆ รุ่นใหม่เป็นอย่างไรบ้าง

มันเหมือนหน่อเล็กๆ ที่กำลังจะขึ้นมา  รู้สึกภูมิใจว่า ลูกทุ่งเรายังไงก็จะมีคนสีบทอดแล้ว  รู้สึกภูมิใจที่ได้ไปนั่งตรงจุดนั้น  แต่ก็ยอมรับว่าเจนเนอเรชั่นใหม่บวกกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมันก็ทำให้เพลงลุกทุ่งไม่เหมือนเดิม  เพราะมีการปรับไม่ใช่ลูกทุ่งแท้ๆ กลายเป็นลูกทุ่งป๊อป ลูกทุ่งเพื่อชีวิต หรือลูกทุ่งสตริงบ้าง เพลงลูกทุ่งแบบที่ใช้ลูกคอจริงๆ ก็จะน้อยลงตามลักษณะเพลงที่เปลี่ยนไปนะ แต่จะว่าไปน้องๆ เหล่านี้เมื่อก่อนซ้อมร้องเพลงลูกทุ่งจากไหนก็จากเพลงลูกทุ่งแท้ๆ นี่แหละ เติบโตขึ้นมากับเพลงแม่ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์  ร้อยทั้งร้อยต้องร้องเพลงแม่ผึ้ง พอประกวดก็จะใช้เพลงประกวดลูกทุ่งแท้ๆ

ฉะนั้นน้องๆ เหล่านี้จะร้องได้หมด  แต่ยุคนี้ที่เพลงเปลี่ยนไปก็ผลมาจากแปลี่ยนยุคเจนเนอเรชั่นนักแต่งเพลง  ในยุค พี่ผึ้ง (พุ่มพวง ดวงจันทร์) ก็จะเป็น พ่อลพ บุรีรัตน์   ชลธี ธารทอง  ศิลปินแห่งชาติ  หรือว่า พ่อไวพจน์   เพชรสุพรรณ  แต่มายุคนี้เป็นนักแต่งเพลงหน้าใหม่ แล้วเมืองไทยไม่มีการเปิดสอนแต่งเพลงลูกทุ่งอย่างเป็นทางการ จึงทำให้นักแต่งเพลงในยุคนี้จึงแต่งตามพรสวรรค์ของตัวเอง  แนวของตัวเองตามความชอบ  จึงทำให้ความเป็นลูกทุ่งแท้ๆ มีไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์  สิ่งที่ฝนกลัวก็คือจะเหมือนเพลงลูกกรุงที่หายไป แต่คนฟังถ้าเป็นคนรุ่นใหม่อยากฟังก็ต้องไปหาเพลงเก่าๆ ฟัง  เช่นเดียวกับลูกทุ่ง ฝนก็กลัวว่าจะเป็นแบบนี้ลูกทุ่งแท้ๆ หายไป แต่ถ้าอยากฟังก็ต้องไปหาเพลงเก่าๆ มาฟัง มาหัดร้องกัน  ในฐานะที่เราเป็นนักร้องลูกทุ่ง ฝนก็จะพยายามรักษาเอาไว้ในงานเพลงของตัวเอง  แต่ในแง่การตลาดเราก็ต้องดูเหมือนกันคนในยุคนี้สมัยนี้เขาชอบฟังเพลงแบบไหน เราก็ต้องมีแบบนั้นให้เขาด้วย  แต่ของเดิมของเราๆ ก็ต้องคงมีไว้เหมือนกันค่ะ

@ มุมมองกับนักร้องลูกทุ่งสมัยนี้ที่จะเน้นไปทางเซ็กซี่   

ฝนว่าแต่ละคนก็ต้องหาคาแร็กเตอร์ของตัวเอง  พอนักร้องเกิดขึ้นมาเยอะเราก็ต้องคิดแล้วว่าเราจะทำยังไงให้คนรู้จักเราสนใจเรา  เพราะฉะนั้นฝนมองว่ามันก็ขึ้นอยู่กับว่านักร้องแต่ละคนจะงัดอะไรออกมาที่จะดึงแฟนเพลงให้เข้ามา อาทิ น่ารัก เต้นเก่ง หรือเซ็กซี่  แล้วคนฟังจะชอบหรือเลือกตรงไหน ฉะนั้นฝนคงไปว่าอะไรไม่ได้ เพราะผู้บริโภคเป็นคนเลือกเอง  แต่เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เองว่างานนั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหน ถ้านานก็แสดงว่ามีคุณภาพแต่ถ้าแปปๆ ก็แสดงว่าแค่ตามกระแสฮิตเดี่ยวหมดฮิตมันก็ไป  นับเป็นยุคที่ฝนบอกได้ว่าผู้บริโภคมีอิทธิพลเลือกได้จริงๆ

@ ในฐานะที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการลูกทุ่งมานาน  คิดจะทำอะไรให้กับวงการลูกทุ่งบ้าง

อยากทำหลายอย่างเลย  อย่างแรกก็พยายามสะสมประสบการณ์ของตัวเอง  เพราะยังไม่คิดว่าตัวเองเก่ง แม้จะอยู่ในวงการมาเกือบ 20 ปีแล้วก็ตาม  จากนั้นฝนเคยฝันเล่นๆ ว่าอยากจะเปิดโรงเรียนสอนร้องเพลงลูกทุ่ง  เพื่อให้เพลงลูกทุ่งไม่ตายจากไปนั่นเอง   เมื่อก่อนฝนเรียนด้วยตัวเองจากการฟังจากวิทยุ ฟังจากต้นฉบับพี่ผึ้งแล้วเรียนรู้ด้วยตัวเอง   พอโตขึ้นมาก็ได้เรียนรู้จากอาจารย์ตอนฝนเข้าห้องอัดว่าการแบ่งวรรคคำต้องเป็นแบบนี้นะ  จึงทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราเรียนจากการฟังมาบางครั้งมันก็ไม่ถูกหมด  ในจุดนี้ฝนก็จะเก็บเกี่ยวแล้วเอามาเปิดโรงเรียนสอนน้องๆ  และเปิดแผนกร้องเพลงลุกกรุงด้วยถ้าใครอยากจะเรียน  เพราะฝนผูกพันทั้งเพลงลูกทุ่งและลุกกรุงด้วย มันทำให้ฝนเป็น ฝน ธนสุนธร มาจนถึงทุกวันนี้  เราจึงจะต้องคืนสิ่งที่ดีๆ ให้กับวงการด้วยการสร้างเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมา เพื่อที่จะให้บทเพลงลูกทุ่งและลูกกรุงอยู่กับพวกเราตลอดไป  และให้มีเด็กเจนเนอเรชั่นใหม่ๆ ถ่ายทอดได้  คือไม่อยากให้เพลงลูกทุ่งถ้าใครอยากฟังก็ต้องเข้าไปฟังในพิพิธภัณฑ์ หรือเด็กรุ่นใหม่ร้องไม่เป็นแล้ว

@ อยากจะจัดคอนเสิร์ตมั้ย

อยากค่ะ ซึ่งก็มีแฟนๆ ถามมาเยอะเหมือนกัน   ฝนเคยทำคอนเสิร์ต “ฝน ธนสุนธร โชว์” ประมาณปี 49 ไม่ก็ 50 ค่ะ ที่ศูนย์วัฒนธรรม ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำ ซึ่งมีหลายอย่างที่อยากนำเสนอด้วย ตอนนี้เก็บข้อมูลอยู่ค่ะ